ในยุคที่การสมัครงานและการเรียนต่อแข่งขันสูง “ปริญญา” เป็นสิ่งสำคัญที่หลายองค์กรใช้พิจารณาความสามารถของผู้สมัคร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมากขึ้นคือการใช้วุฒิการศึกษาปลอมหรือเอกสารที่ไม่ได้รับการรับรอง บทความนี้จะสอนวิธีเช็กปริญญาถูกต้องอย่างละเอียด เพื่อให้คุณมั่นใจว่าวุฒิที่ใช้หรือที่ผู้อื่นนำมาอ้างนั้นเป็นของจริง
หัวข้อ

ปริญญาคืออะไร?
ปริญญาคือเอกสารรับรองว่าบุคคลนั้นสำเร็จการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาที่ถูกต้องตามกฎหมาย การตรวจสอบปริญญาจึงสำคัญ เพราะ
- ป้องกันการจ้างงานผู้ที่ใช้วุฒิปลอม
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมายขององค์กร
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้สมัครงาน
- ใช้ยืนยันคุณสมบัติสำหรับเรียนต่อหรือสมัครสอบราชการ
วิธีเช็กปริญญาแบบถูกต้อง
1. ตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยโดยตรง (แม่นยำที่สุด)
เหมาะกับ: ต้องการความชัวร์ 100% / ใช้ยืนยันกับหน่วยงาน / ตรวจเอกสารที่น่าสงสัย
ติดต่อหน่วยงานที่มักรับผิดชอบ
- งานทะเบียนและประมวลผล / ฝ่ายทะเบียน
- สำนักวิชาการ / กองบริการการศึกษา
- บางที่อาจเป็น “สำนักงานบัณฑิตศึกษา” (ระดับ ป.โท/เอก)
ข้อมูลที่ควรเตรียมเพื่อให้ตรวจได้เร็ว
- ชื่อ–นามสกุล (ภาษาไทย/อังกฤษตามที่ปรากฏในเอกสาร)
- เลขบัตรประชาชน/พาสปอร์ต (ถ้ามีและได้รับอนุญาตให้ใช้)
- รหัสนักศึกษา (ถ้ามี)
- ระดับวุฒิ (ตรี/โท/เอก) + คณะ/สาขา
- ปีที่สำเร็จการศึกษา / ภาคการศึกษา
- เลขที่ใบปริญญา หรือ Serial/Reg. No. (ถ้าระบุบนเอกสาร)
- แนบรูป/สแกน “ใบปริญญา” และ/หรือ “ทรานสคริปต์” เพื่อให้เทียบข้อมูล
ผลลัพธ์ที่ควรได้จากการตรวจ
- ยืนยันว่ามีชื่อในระบบผู้สำเร็จการศึกษาจริง
- สาขา/ระดับ/ปีที่จบตรงกัน
- สถานะการออกเอกสาร (ออกจริง/ออกซ้ำ/แก้ไขชื่อ ฯลฯ)
ทิป: ถ้าใช้เพื่อสมัครงาน ให้ขอ “หนังสือรับรองสำเร็จการศึกษา” หรือ “Verification Letter” จากมหาวิทยาลัย จะเป็นหลักฐานทางการมากที่สุด
2. เช็กผ่านระบบออนไลน์ของมหาวิทยาลัย (รวดเร็ว แต่ต้องดูความน่าเชื่อถือของระบบ)
เหมาะกับ: เช็กเบื้องต้น / ใช้ตรวจข้อมูลทั่วไป
รูปแบบข้อมูลที่ระบบมักให้กรอก
- รหัสนักศึกษา
- เลขบัตรประชาชน
- เลขที่ใบปริญญา / Serial Number / เลขที่หนังสือรับรอง
- บางแห่งใช้วันเดือนปีเกิดประกอบ
สิ่งที่ควรตรวจให้ครบ
- เว็บไซต์เป็นโดเมนทางการของมหาวิทยาลัย (เช่น .ac.th หรือโดเมนหลักของสถาบัน)
- หน้าเว็บมี https และอยู่ในระบบที่ดูเป็นทางการ
- ผลลัพธ์แสดง “ชื่อ-นามสกุล / สาขา / ปีสำเร็จ / ระดับวุฒิ” อย่างสอดคล้องกับเอกสาร
ข้อจำกัด
- บางมหาวิทยาลัยไม่ได้เปิดข้อมูลทั้งหมดเพราะ PDPA/ความเป็นส่วนตัว
- บางระบบเช็กได้เฉพาะผู้จบช่วงปีที่เริ่มบันทึกเป็นดิจิทัล
- หากค้นไม่พบ ไม่ได้แปลว่าปลอมเสมอไป → ควรไปข้อ 1 เพื่อยืนยัน
3. ตรวจสอบกับสำนักงาน ก.พ. (กรณีใช้สมัคร/บรรจุงานราชการ)
เหมาะกับ: สมัครงานภาครัฐ / งานที่ต้อง “ก.พ. รับรอง”
เช็ก 2 เรื่องหลัก
- สถาบัน นั้น ก.พ. รับรองหรือไม่
- หลักสูตร/สาขา/ระดับ ผ่านการรับรองหรือเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ (บางกรณีมีเงื่อนไขเรื่องชื่อหลักสูตร/คณะ)
เอกสารที่มักต้องใช้ประกอบ
- สำเนาใบปริญญา
- ทรานสคริปต์
- หนังสือรับรองหลักสูตร (บางตำแหน่ง)
- กรณีจบต่างประเทศ อาจต้องใช้หนังสือเทียบวุฒิ/รับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทิป: ถ้าเป็น “วุฒิต่างประเทศ” ให้เน้นการรับรอง/เทียบวุฒิให้ถูกช่องทาง เพราะหน่วยงานรัฐจะเข้มมาก
4. ตรวจสอบ QR Code / Serial Number / Digital Signature (เอกสารรุ่นใหม่)
เหมาะกับ: เอกสารที่มี QR หรือรหัสเฉพาะบนใบปริญญา/หนังสือรับรอง
วิธีเช็ก
- สแกน QR ด้วยกล้อง/แอปสแกน แล้วตรวจว่า “ลิงก์พาไปที่เว็บไซต์ทางการ” ของมหาวิทยาลัย
- ถ้าเป็น Serial/Verification Code ให้กรอกในหน้าตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อควรระวังสำคัญ
- QR ปลอมสามารถ “พาไปเว็บปลอม” ได้ → ต้องดูโดเมนเว็บให้ชัด
- บาง QR เป็นแค่ข้อมูลทั่วไป ไม่ได้เชื่อมฐานข้อมูลจริง ให้ใช้ควบคู่ข้อ 1
5. ตรวจสอบลักษณะเอกสาร (เช็กความผิดปกติเบื้องต้น)
เหมาะกับ: คัดกรองก่อนส่งตรวจจริง / พบเอกสารน่าสงสัย
สิ่งที่ปริญญาจริงมักมี
- กระดาษพิเศษ/ความหนา/ผิวสัมผัสเฉพาะ
- ลายน้ำ (Watermark) หรือเส้นใย/จุดสะท้อนแสง
- ตราครุฑ/ตรามหาวิทยาลัยคมชัด ตำแหน่งถูกต้อง
- ลายเซ็นผู้มีอำนาจ (เช่น อธิการบดี) และรูปแบบลายเซ็นสม่ำเสมอ
- เลขที่เอกสาร/ทะเบียนบัณฑิต/Serial ตามรูปแบบของมหาวิทยาลัย
- การสะกดชื่อคณะ/สาขา/คำศัพท์ทางการถูกต้อง (ไทย/อังกฤษ)
สัญญาณที่ควรระวัง
- ฟอนต์/ระยะขอบ/รูปแบบไม่มาตรฐาน ดู “จัดหน้าแปลก”
- โลโก้แตก เบลอ สีเพี้ยน งานพิมพ์ไม่คม
- ชื่อสาขาแปลก ไม่สอดคล้องกับคณะ/หลักสูตรจริง
- ปีที่จบ/วันอนุมัติไม่สัมพันธ์กับระบบการศึกษาปกติ
- เลขที่เอกสารซ้ำ/รูปแบบรหัสไม่ตรงแนวทางมหาวิทยาลัย
หมายเหตุ: ข้อนี้เป็นแค่ “คัดกรอง” เพราะของปลอมทำได้เนียนมาก ต้องยืนยันด้วยข้อ 1/2/4

วิธีเช็กปริญญาต่างประเทศ
หากเป็นวุฒิจากต่างประเทศ ให้ตรวจสอบผ่าน
- สถานทูต
- สำนักงานรับรองคุณวุฒิ (เช่น ก.พ. สำหรับไทย)
- หรือเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้น
ต้องดูว่ามหาวิทยาลัยนั้น มีตัวตนจริง และ ได้รับการรับรองในประเทศต้นทาง
ความผิดทางกฎหมายของการใช้ปริญญาปลอม
การใช้วุฒิปลอมถือเป็นความผิดร้ายแรง มีโทษทั้ง
- จำคุก
- ปรับ
- และถูกเลิกจ้างหรือเพิกถอนตำแหน่ง
ดังนั้นการเช็กปริญญาจึงไม่ใช่แค่เรื่องความถูกต้อง แต่เป็นเรื่องกฎหมายด้วย
ใครบ้างควรเช็กปริญญา?
- ฝ่าย HR และผู้ว่าจ้าง
- หน่วยงานรัฐ
- มหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาใหม่
- บริษัทเอกชน
- ตัวผู้สมัครงานเอง
สรุป
วิธีเช็กปริญญาแบบถูกต้องเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยป้องกันปัญหาวุฒิปลอมและสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบผ่านมหาวิทยาลัย ระบบออนไลน์ ก.พ. หรือ QR Code ล้วนเป็นวิธีที่ควรใช้ก่อนนำวุฒิการศึกษาไปใช้งานจริง
หากคุณกำลังสมัครงาน เรียนต่อ หรือเป็น HR อย่าลืมว่า “ปริญญาที่แท้ ตรวจสอบได้เสมอ”
ติดต่อเรา
- LINE: @รับทำวุฒิ
- Website: รับทำเว็บไซต์.com



